รีวิวหนัง T2 Trainspotting 20 ปีกับการกลับมาทวงบัลลังก์

รีวิวหนัง T2 Trainspotting 20 ปีกับการกลับมาทวงบัลลังก์

T2 Trainspotting (2017) - IMDb

เรื่องย่อ T2 TRAINSPOTTING
T2 Trainspotting เป็นเรื่องราวหลังจากที่ Mark Renton หรือ Rent Boy (Ewan McGregor จาก Star Wars) หักหลังเพื่อนร่วมแก๊งทั้งสามและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ Amsterdam

เมื่อเข้าสู่กลางคน ทั้งยัง สี่สหาย กลับมารวมตัวกัน อีกรอบ เมื่อ Renton กลับมาที่ Edinburgh, Scotland พบว่า Simon

Williamson หรือ Sick Boy (Jonny Lee Miller จาก Frankenstein) กำลังรับช่วงต่อบาร์ใกล้เจ๊งของ พ่อ แล้วก็เดี๋ยวนี้

กำลังคบค้า กับ สาว บัลแกรีย แสน งาม Veronica (Anjela Nedyalkova) ส่วน Spud (Ewen Bremner จาก Pearl

Harbor) กำลังติดยา หนัก ถึงขนาด จะฆ่าตัวตาย พวกเขา พา กันไปสู่ แวดวง ด้าน มืค กัน อีกที ทั้งยัง ยัง จำเป็นต้อง จัดการกับ

Begbie (Robert Carlyle จาก 28 Weeks Later) ที่เพิ่งจะออกมาจาก คุก และก็ อยากได้ตามล้างแค้น ที่ สะสม มาถึง 20 ปี

สำหรับตัวหนังเดิมทีมันดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง Porno ของ เออร์วิน เวลช์ เมื่อปี 1993 พลอตเรื่องหลัก ๆ มันเล่าเรื่องของแก๊งเด็กหนุ่มขี้ยา 4 คนในสก๊อตแลนด์ ที่ไม่มีเป้าหมายใดในชีวิตและใช้เวลาวัน ๆ หมดไปกับมิตรแท้อย่าง เฮโรอีน เซ็กซ์ และฟุตบอล เดินตามปรัชญาหอมหวานอย่าง ‘กินขี้ปี้นอนสไตล์’ บนแฟลตรูหนูในเอดินเบิร์ก เหมือนกับชื่อหนัง Trainspotting ซึ่งเป็นแสลงหมายถึงพวกที่วัน ๆ เอาแต่นั่งเหม่อมองรถไฟวิ่งผ่านไปโดยไม่ทำห่าอะไร โดยมีตัวเดินเรื่องหลัก ๆ คือ มาร์ค เรนตัน, ซิคบอย, สปั๊ด และ เบ็กบี้ ทีนี้พอนิยายเรื่องนี้ถูกจับมาสร้างเป็นหนังในปี 1996 ก็กลายเป็นใบแจ้งเกิดของผู้กำกับ แดนนี บอยล์ และ ยวน แม็กเกรเกอร์ ในบทบาทของ เรนตัน เด็กหนุ่มสก๊อตส์ที่ตัดสกินเฮดออกมาได้หล่อที่สุดคนหนึ่งในยุค 90

ในภาคแรกตัวหนังมันเป็น coming of age ในสไตล์ดิบถ่อย พวกแก๊งเหลือขอพวกนี้เล่นยาไปตั้งคำถามกับชีวิตไป การพร่ำเพ้อถึงทางเลือกของมนุษย์ที่เกิดมา และสุดท้ายหนังก็เลือกเส้นทางชีวิตของแต่ละคนให้ ซึ่งผลพวงของวีรกรรมจากการหักหลังเรื่องค้ายา ก็นำมาซึ่งภาคต่อในชื่อ T2 Trainspotting 2 ซึ่งเบ็กบี้ ได้หนีออกมาจากคุกและออกตามหาเพื่อนเก่าของเขาอย่างเรนตันและซิคบอยเพื่อชำระแค้นเมื่อ 20 ปีก่อน โดยเป็นช่วงประจวบเหมาะที่ เรนตัน ก็เดินกลับมายัง เอดินเบิร์ก อีกครั้ง

สำหรับในภาค 2 นี้ ผู้กำกับ บอยล์ เน้นโฟกัสไปที่การตามล่าทวงแค้นของ เบ็กบี้ กับเรนตันมากกว่าในภาคแรกที่เกินครึ่งมีแต่ฉากเสพยา ขณะเดียวกันก็พยายามดึงความทรงจำเก่า ๆ จากภาคแรกมาเชื่อมโยงให้คอหนังรุ่นใหม่เข้าใจที่มาที่ไปไว้ด้วย เรนตัน ในภาคนี้เปลี่ยนจากการคร่ำครวญเรื่องทางเลือกความเป็นอยู่ของชีวิตมาเป็นการเสียดสีโลกโซเชียลรวมถึงหนังโป๊ที่เข้ามาแทน ซึ่งจุดนี้บอยล์ เคยอธิบายว่าเขาสร้างบรรยากาศใหม่ขึ้นมาให้คนดูอินกับบรรยากาศจากยุค 90 มาเป็นช่วงต้นยุคมิลเลนเนียลมากขึ้น

T2 Trainspotting 2 ภาคนี้ทำออกมาได้ดีพอตัว ซึ่งยังรักษาความเกรียนและกลิ่นอายเรื้อน ๆ พอเป็นกระสัย แต่เน้นไปที่การเผยให้เห็นจิตใจด้านมืดของตัวละครมากตามแบบฉบับของหนังนัวร์กึ่งเซอร์เรียลหน่อย ๆ หนังมีช่วงเนือยจนเป็นสุญญากาศไปบ้าง แต่พอเข้าไคลแม็กซ์ของการตามล่า หรือฉากมีเซ็กซ์แบบฮา ๆ ก็ทำได้ลุ้นสนุกและดูโหดบนพื้นฐานความตลกร้าย สิ่งที่น่าสนใจในเรื่องมันอยู่ที่ความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ กับ 20 ปีที่ผ่านไป อิทธิพลของยาเสพติดและความเคียดแค้นที่สั่งสม จะทำให้แก๊งค์หนุ่มใหญ่ในวันนี้ยังรักษามิตรภาพกันได้เหมือนเดิมหรือเปล่า สิ่งที่ประทับใจเมื่อเทียบจากภาคแรกคือ อินเนอร์ของทั้ง 4 คน เมื่ออยู่ในฉากเดียวกันนั้นยังดูเข้ากันได้ดีไม่ต่างจากภาคแรกมากนัก ดูหนังออนไลน์พากย์ไทย

การกลับมาครั้งนี้ของหนังอินดี้ในดวงใจของใครหลายคน ก็ถือว่าดูเพลินสอบผ่าน แม้จะไม่จัดจ้าน ไม่สด เหมือนภาคแรก แต่หนังแบบนี้มันมีคุณค่าตรงที่มันไม่ยอมแก่ คล้าย ๆ กับ American Pie หรือ Grown Ups ของฝั่งมะกันเขา ขณะที่ T2 Trainspotting 2 ซึ่งเป็นความภูมิใจของอิงลิชชนก็จะมีความดิบเถื่อน ถ่อยที่ดูสไตล์บ้าน ๆ เรื่องราวตลกร้ายลึกในสไตล์ของ แดนนี่ บอยล์ ก็ยังถูกเล่าออกมาอย่างเฉียบขาดเช่นเดิม หลายฉากมันก็เดินย้อนกลับไปยังจุดเดิมเมื่อ 20 ปีที่แล้ว คล้ายจะบอกว่าแม้ห้วงเวลาจะผ่านไป แก๊งหนุ่มใหญ่ในวันนี้จะกลับมาพร้อมรอยตีนกานับไม่ถ้วน แต่ในใจส่วนลึกของพวกเขายังคงพลุ่งพล่านเหมือนเด็กหนุ่มกลัดมันเหมือนเดิม และแน่นอนว่าสำหรับสาวกตัวยงของหนังเรื่องนี้ คงเหมือนได้ย้อนกลับไปยังวันวานกลับไปเจอเพื่อนเก่าที่หายหน้าหายตาไปนาน แล้วมันน่าดีใจตรงที่เรายังเห็นแววตาของเขาเหล่านั้นยังเป็นแววตาเดียวกับเด็กหนุ่มสก๊อตส์เมื่อ 20 ปีก่อน

สำหรับใครที่ไม่ทันได้ดูภาคแรก ก็อยากจะแนะนำให้ไปหามาดูกันก่อน เพื่อที่จะสามารถสัมผัสและสูดดมได้ถึงอินเนอร์สี่หนุ่มใหญ่ขี้ยาแบบทุกอณู…

See also

ผู้กำกับที่มีชื่อก้องด้านการเล่าเรื่องผสานงานภาพที่สุดแซ่บ หลังจากเคยสร้างสรรค์ผลงานจนเป็นที่จดจำจาก ‘Trainspotting’ เมื่อ 20 ปีก่อน ก่อนได้เวลาที่ Danny Boyle จะหยิบชีวิตเกรียนๆ ของพวกเขากลับมาเล่าอีกครั้งในภาคต่อ ‘T2 Trainspotting’ ที่ผมได้รับชมไปในวันนี้

ซึ่งถ้าใครได้ชมภาคแรกที่สร้างไว้เมื่อ 20 ปีก่อนมาแล้ว ก็จะเข้าใจได้ดีเลยว่า หนังภาคนั้นมันช่างมีเนื้อหาที่สุดแนว เดินเรื่องด้วยงานภาพที่สุดจี๊ดสุดแซ่บ แถมยังจบได้แหวกไม่เหมือนใคร เป็นหนังอินดี้ที่สุดจ๊าบในยุคนั้น และก็ยังคงมีหลายที่จดจำมันมาจนถึงวันนี้…

รีวิวหนัง วิเคราะห์ วิจารณ์ T2 TRAINSPOTTING
ถ้า Trainspotting เป็นช่วงวัยรุ่นที่เหลวแหลกของตัวละครหลักทั้งสี่ T2 Trainspotting ก็เป็นช่วงวัยกลางคนของพวกเขาที่พวกเราจะได้เห็นผลลัพธ์ของการใช้ชีวิตแบบผิด ๆ ของพวกเราในอดีต โดย T2 Trainspotting เล่าเรื่องต่าง ๆ ด้วยภาพที่เจ็บจี๊ดและเพลงที่สุดคูล ตัวละครต่าง ๆ นิสัยโดยรวมก็ยังไม่ต่างจากสมัยเด็ก เราจะยังรู้สึกเหมือนว่าเรายังดูหนังวัยรุ่นอยู่ ไม่ใช่หนังคนแก่ปลงโลก

เราไม่เคยดู Trainspotting ภาคแรก แต่พอคาดเดาได้ว่า พวกเขาทั้งสี่ในสมัยวัยรุ่นทำตัวไว้ยังไงบ้าง วันนี้พวกเขาไม่มีความสุขและแทบไม่มีอะไรเลยในชีวิต ครอบครัวก็พัง ธุรกิจก็เจ๊ง หนี้สินก็ตุงนัง เหล้ายาปลาปิ้งก็เสพติด ฯลฯ ชีวิตวันนี้จมอยู่กับความแค้น ความเสียใจ ความต้องการแก้ไข และความต้องการแก้แค้น

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *